
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ได้อนุมัติมาตรการสำคัญตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อแก้ไขปัญหา แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้สามารถเข้าสู่ระบบการทำงานได้อย่างถูกต้องและชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
🎯กลุ่มเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้
กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับอนุญาตให้ผ่อนผันเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรและทำงานเป็นการชั่วคราวได้ 1 ปี คือ คนต่างด้าวสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:
1. 📂 กลุ่มที่มีหลักฐานแต่การอนุญาตสิ้นสุดลง
เป็นคนต่างด้าว 3 สัญชาติ (ลาว เมียนมา เวียดนาม) ที่ เคยมี หลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หรือหลักฐานการอนุญาตให้ทำงานตามกฎหมาย แต่หลักฐานเหล่านั้นได้ สิ้นสุดลงแล้ว (หมดอายุ)
- ตัวอย่างหลักฐาน:
- หนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่หมดอายุ
- ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่หมดอายุ
- วีซ่า (รอยตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร) ที่หมดอายุ
2. 🚶♀️ กลุ่มที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย (เฉพาะ ลาว และ เมียนมา)
เป็นคนต่างด้าวสัญชาติ ลาว และ เมียนมา (ไม่รวมเวียดนามในกลุ่มนี้) ที่เข้าสู่ประเทศไทยโดย ผิดกฎหมาย (ไม่มีเอกสารใด ๆ หรือเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต) แต่ได้เข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้
- เงื่อนไขสำคัญ: ต้องพิสูจน์ได้ว่าเข้ามาอยู่ในประเทศก่อนวันที่มติและประกาศที่เกี่ยวข้องมีผลบังคับใช้

📋 ขั้นตอนการดำเนินการและระยะเวลา
การดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มได้หลังจาก ประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้ ซึ่งโดยทั่วไป นายจ้าง/สถานประกอบการจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่ประกาศกำหนด
ขั้นตอนหลักที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- การยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้าง (Name List) และคำขออนุญาตทำงาน (Initial Step)
- ผู้ดำเนินการ: นายจ้าง/สถานประกอบการ
- รายละเอียด: นายจ้างต้อง ยื่นบัญชีรายชื่อ (Name List) ความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว พร้อมรูปถ่ายแรงงาน ผ่านระบบออนไลน์ที่กรมการจัดหางานกำหนด (เช่น Work Permit System) เพื่อขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว
- เอกสารที่ต้องใช้ (เบื้องต้น):
- ฝั่งนายจ้าง: สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรองบริษัท, แผนที่ที่ตั้งสถานที่ทำงาน
- ฝั่งแรงงานต่างด้าว: ข้อมูลส่วนตัวพื้นฐาน, รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว พื้นหลังสีขาว 6 รูป
- การยื่น: ผ่านระบบออนไลน์ของกรมการจัดหางาน
- ระยะเวลา: มักจะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน เช่น 15 วัน นับจากวันที่ประกาศเปิดให้ยื่น
- การชำระค่าธรรมเนียมและจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics)
- ผู้ดำเนินการ: นายจ้าง/แรงงานต่างด้าว
- รายละเอียด:
- ชำระค่าธรรมเนียมการขออนุญาตทำงานและค่าบริการอื่น ๆ ตามที่กำหนด
- แรงงานต่างด้าวต้องไป จัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) เพื่อบันทึกข้อมูลและยืนยันตัวตน ณ สถานที่ที่กำหนด (เช่น ตรวจคนเข้าเมือง หรือศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ)
- การตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพ
- ผู้ดำเนินการ: นายจ้าง (นำแรงงานไปตรวจ)/แรงงานต่างด้าว
- รายละเอียด:
- แรงงานต้องเข้ารับการ ตรวจสุขภาพ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข ณ สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
- ต้องจัดทำ ประกันสุขภาพ กับสถานพยาบาลที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการจัดหางาน
- ผู้ติดตามที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องทำประกันสุขภาพด้วย
- การดำเนินการเอกสารรับรองสถานะบุคคล (จากประเทศต้นทาง)
- ผู้ดำเนินการ: แรงงานต่างด้าว/ประเทศต้นทาง
- รายละเอียด: แรงงานต่างด้าวจะต้องดำเนินการทำ เอกสารรับรองสถานะบุคคล (Certificate of Identity) หรือหนังสือเดินทาง จากประเทศต้นทาง (ผ่านสถานทูตหรือศูนย์บริการเฉพาะกิจ) เพื่อใช้ประกอบการขออนุญาตอยู่ต่อ
- การขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรและออกใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- ผู้ดำเนินการ: กรมการจัดหางาน/สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
- รายละเอียด:
- เมื่อแรงงานมีเอกสารครบถ้วนแล้ว จะได้รับ การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อทำงาน (ระยะเวลา 1 ปี)
- ออก ใบอนุญาตทำงาน และ/หรือ บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (บัตรสีชมพู) ให้แก่แรงงาน
🗓️ สรุป Timeline การดำเนินการ
| ขั้นตอน | การดำเนินการหลัก | ผู้รับผิดชอบหลัก | ระยะเวลาโดยประมาณ (อ้างอิงจากประกาศ/มติ ครม.) |
| 1 | ยื่นบัญชีรายชื่อ (Name List) และคำขออนุญาตทำงานออนไลน์ | นายจ้าง | 15 วันแรก นับจากประกาศมีผลบังคับใช้ |
| 2 | ตรวจสุขภาพและทำประกันสุขภาพ | แรงงาน/นายจ้าง | ภายในช่วงเวลาที่กำหนดรวมถึงขั้นตอนอื่น ๆ |
| 3 | จัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) | แรงงาน | ภายในช่วงเวลาที่กำหนดรวมถึงขั้นตอนอื่น ๆ |
| 4 | ขอเอกสารรับรองสถานะบุคคล/หนังสือเดินทาง | แรงงาน/ประเทศต้นทาง | ภายในช่วงเวลาที่กำหนดรวมถึงขั้นตอนอื่น ๆ |
| 5 | ตรวจลงตรา (Visa) และออกใบอนุญาตทำงาน/บัตรสีชมพู | ตม./กรมการจัดหางาน | หลังดำเนินการข้อ 1-4 ครบถ้วน (อนุญาตทำงาน 1 ปี) |
📑 เอกสารขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว
เอกสารที่ต้องเตรียมอาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
1. เอกสารของนายจ้าง
- นายจ้างบุคคลธรรมดา:
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- แผนที่ตั้งสถานที่ทำงาน
- นายจ้างนิติบุคคล:
- สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม
- สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีอำนาจลงนาม
- เอกสารแสดงการประกอบกิจการ (กรณีอื่น ๆ):
- ค้าขาย/ร้านอาหาร: สำเนาทะเบียนการค้า หรือสัญญาเช่า
- กิจการเกษตร: สำเนาโฉนดที่ดิน
2. เอกสารของแรงงานต่างด้าว
- แบบฟอร์ม: แบบฟอร์มคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าว (บต. ที่เกี่ยวข้อง)
- รูปถ่าย: รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว พื้นหลังสีขาว จำนวน 6 รูป (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
- เอกสารประจำตัว (ถ้ามี):
- สำเนาหนังสือเดินทาง/เอกสารเดินทาง หรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง (ไม่ว่าจะหมดอายุหรือไม่ก็ตาม)
- สำเนาวีซ่า (ถ้ามี)
- สำเนาใบอนุญาตทำงาน (ถ้ามี)
- สำเนาทะเบียนบ้าน/เอกสารพื้นฐานจากประเทศต้นทาง (ถ้ามี)
- หลักฐานทางการแพทย์: ใบรับรองแพทย์และหลักฐานการทำประกันสุขภาพ
3. เอกสารสำหรับผู้ติดตาม (อายุต่ำกว่า 18 ปี)
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ (เช่น สูติบัตร/ทะเบียนบ้าน)
- หลักฐานการทำประกันสุขภาพ
👨👩👧 ข้อมูลของผู้ติดตาม (บุตร)
ตามมติ ครม. นี้ บุตร ที่เป็นผู้ติดตามแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาต มักจะได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเช่นกัน แต่มีข้อกำหนดและขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้
1. คุณสมบัติของผู้ติดตาม
- เป็นผู้ติดตามของแรงงานต่างด้าวที่เข้าสู่ระบบตามมติ ครม. นี้
- มีอายุ ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์
- เป็นบุคคลสัญชาติ ลาว เมียนมา หรือเวียดนาม
2. ข้อกำหนดสำคัญด้านสุขภาพ
- ผู้ติดตามที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องทำประกันสุขภาพ กับสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
- การทำประกันสุขภาพจะต้องมีการ เชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจสุขภาพ กับกรมการจัดหางานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
3. ขั้นตอนการดำเนินการ (โดยทั่วไป)
แม้ว่ารายละเอียดขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผู้ติดตามโดยตรงมักจะออกเป็นประกาศภายหลัง แต่ขั้นตอนหลักที่แรงงาน/นายจ้างต้องดำเนินการคล้ายกับการขึ้นทะเบียนแรงงาน:
- แจ้งข้อมูลผู้ติดตาม: นายจ้าง/แรงงานต้องแจ้งข้อมูลของผู้ติดตาม (บุตร) ในแบบฟอร์มหรือระบบที่กรมการจัดหางานกำหนด โดยยื่นพร้อมกับการยื่นบัญชีรายชื่อของแรงงานหลัก
- หลักฐานความสัมพันธ์: ต้องยื่นเอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับแรงงานหลัก เช่น สูติบัตร หรือเอกสารที่รับรองความสัมพันธ์
- ทำประกันสุขภาพ: จัดทำประกันสุขภาพตามข้อกำหนด
- จัดทำทะเบียนประวัติ: ดำเนินการจัดทำทะเบียนประวัติและออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ณ สถานที่ที่กรมการปกครอง/กรุงเทพมหานครกำหนด (โดยปกติจะระบุให้แรงงานและผู้ติดตามไปดำเนินการพร้อมกัน)
🎣 ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับแรงงานในเรือประมง
มติ ครม. นี้มีแนวทางปฏิบัติพิเศษสำหรับคนต่างด้าวที่ประสงค์จะทำงานใน กิจการประมงทะเล เพื่อความสะดวกและสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการประมง ดังนี้
1. การขอหนังสือคนประจำเรือ (Seaman Book)
- ความพิเศษ: แรงงานในกิจการประมงทะเลสามารถใช้ ใบรับคำขออนุญาตทำงาน (ที่ยื่นภายใน 15 วันแรก) พร้อมกับ ใบเสร็จค่าธรรมเนียม เป็น หลักฐานในการขอหนังสือคนประจำเรือ ได้ทันที
- ประโยชน์: ช่วยให้แรงงานสามารถเข้าทำงานในเรือประมงและปฏิบัติงานได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอการออกใบอนุญาตทำงานฉบับสมบูรณ์
2. การออกใบอนุญาตทำงานเฉพาะกิจการ
- เมื่อได้รับอนุมัติ นายทะเบียนจะออก ใบอนุญาตทำงานสำหรับทำงานในเรือประมงโดยเฉพาะ
- ใบอนุญาตทำงานนี้จะใช้เป็นหลักฐานในการขอหนังสือคนประจำเรือต่อไป
3. การเพิ่มนายจ้าง
- มติ ครม. อนุญาตให้แรงงานในเรือประมงสามารถ เพิ่มนายจ้าง ได้ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ซึ่งมีความยืดหยุ่นกว่าแรงงานภาคอื่น
4. การจัดทำเอกสารและบัตร
- เช่นเดียวกับแรงงานภาคอื่น แรงงานประมงต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสุขภาพ การจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล และการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (บัตรสีชมพู)
✨ ประโยชน์และเป้าหมาย
💼 ประโยชน์สำหรับนายจ้าง
- ความถูกต้องตามกฎหมาย: นายจ้างสามารถจ้างแรงงานได้อย่างถูกกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว
- ความมั่นคงทางธุรกิจ: มีแรงงานที่แน่นอนและพร้อมทำงานต่อเนื่องได้ 1 ปี ทำให้ธุรกิจดำเนินการได้อย่างราบรื่นและมั่นคง
- การลดภาระค่าใช้จ่าย: ประหยัดค่าใช้จ่าย ในการส่งแรงงานกลับประเทศเพื่อไปทำเอกสาร และสามารถใช้แรงงานที่มีประสบการณ์อยู่แล้วในสถานประกอบการได้ทันที
🧑🔧 ประโยชน์สำหรับลูกจ้าง
- สิทธิในการทำงาน: ได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ได้รับบัตรประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่ชัดเจน
- การคุ้มครองตามกฎหมาย: ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานไทย เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ การประกันสังคม (ถ้าเข้าเกณฑ์) และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
- สุขภาพและสวัสดิการ: ได้รับการตรวจสุขภาพและมีประกันสุขภาพ ทำให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้เมื่อเจ็บป่วย ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต
⚠️ ข้อควรระวัง
- การเร่งรัดใน 15 วันแรก: ช่วงเวลา 15 วันแรก นับจากประกาศมีผลบังคับใช้ มักเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการยื่นบัญชีรายชื่อ หากดำเนินการไม่ทันตามกำหนดอาจทำให้แรงงานไม่ได้รับการผ่อนผัน
- การประกาศที่ต้องติดตาม: การดำเนินการจะเริ่มได้เมื่อ ประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้ นายจ้างต้องติดตามประกาศฉบับเต็มและวันที่แน่นอนอย่างใกล้ชิด
- ประเทศต้นทาง: แรงงานต้องดำเนินการเรื่องเอกสารรับรองสถานะบุคคลจากประเทศต้นทางให้ทันตามกำหนด ซึ่งอาจมีขั้นตอนและระยะเวลาที่ต้องเผื่อไว้
- ค่าใช้จ่าย: อาจมีค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสุขภาพ การทำประกันสุขภาพ ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการขอเอกสารจากประเทศต้นทางที่นายจ้างและแรงงานต้องรับผิดชอบ
บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการแทนด้านเอกสารแรงงานต่างด้าวครบวงจร! เราช่วยจัดการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
✅ ดำเนินการยื่นคำขออนุญาตทำงาน
✅ บริหารจัดการเอกสารครบถ้วนตามกฎหมาย
✅ ประสานงานตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ
✅ ติดตามสถานะและแจ้งความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
บริษัท เลเบอร์ เอ็กซ์ ลอว์ (ประเทศไทย) จำกัด
Call : 092-989-1994
